โรงพยาบาลโนนคูณ
logoNKH

มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ 9 ด้าน (HS4) ปีงบประมาณ 2569


รายการมาตรฐานหมวดหมู่ ด้านที่ 3 อาคาร สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก


ลำดับ ชื่อมาตรฐาน HS4 ไฟล์แนบที่ 1 ไฟล์แนบที่ 2 ไฟล์แนบที่ 3
1 3.1 ด้านอาคาร (Building)
2 3.1.1 B01S การออกแบบโครงสร้างอาคารให้มีความมั่นคงแข็งแรงและเป็นไปตามหลักวิศวกรรมที่กำหนด
3 3.1.2 B02A ออกแบบบริเวณรับ-ส่งผู้ป่วยหน้าอาคารให้มีความกว้างของถนนบริเวณรับ-ส่งผู้ป่วยพอที่รถยนต์คันอื่นสามารถผ่านไปได้ขณะที่มีรถยนต์จอดรับ-ส่งผู้ป่วยอยู่ มีระดับพื้นของบริเวณรับ-ส่งผู้ป่วยให้อยู่ในระดับเดียวกับพื้นถนน หรือถ้าเป็นพื้นต่างระดับต้องปาดมุมหรือมีทางลาดที่เหมาะสม และมีหลังคาหรือสิ่งปกคลุมที่สามารถป้องกันแดดและฝน เปิด
4 3.1.3 B03A บันไดหลักของอาคารผู้ป่วยนอก หรืออาคารที่เข้าข่ายตามกฎหมาย มีความกว้างสุทธิของบันได และจำนวนที่เพียงพอต่อการใช้งาน
5 3.1.4 B04A บันไดหนีไฟของอาคารผู้ป่วยนอก หรืออาคารหลักที่เข้าข่ายตามกฎหมาย และมีจำนวนชั้นตั้งแต่ 2 ชั้นไป (โรงพยาบาลระดับ F ที่มีอาคารไม่เกิน 2 ชั้น ไม่ต้องประเมิน)
6 3.1.5 B05I ภายในห้องตรวจ หรือ หลังห้องตรวจ ออกแบบให้มีการติดตั้งอ่างล้างมือสำหรับแพทย์ โดยแยกจากอ่างเทสิ่งสกปรกหรือล้างวัสดุอุปกรณ์ และเลือกใช้ก๊อกน้ำชนิดไม่ใช้มือสัมผัส (เช่น ก้านปัดด้วยข้อศอก หรือแบบเซนเซอร์)
7 3.1.6 B06I ออกแบบให้มีอ่างฟอกมือติดกับห้องผ่าตัดอย่างน้อย 2 อ่างต่อ 1 ห้องผ่าตัด และเลือกใช้ก๊อกน้ำชนิดไม่ใช้มือสัมผัส (เช่น ก๊อกน้ำแบบใช้เข่าดันเปิด-ปิดน้ำ หรือ แบบเซนเซอร์)
8 3.1.7 B07I ออกแบบเคาน์เตอร์สำหรับพยาบาล (แผนกอุบัติเหตุฉุกเฉิน, ผู้ป่วยวิกฤต, หอผู้ป่วยสามัญ, ไตเทียม) โดยความสูงของเคาน์เตอร์ระดับบนไม่เกิน 90 เซนติเมตร จากระดับพื้นห้อง เพื่อไม่ให้บังสายตาในการเฝ้าดูผู้ป่วย
9 3.1.8 B08I มีการออกแบบป้ายติดหน้าห้องหรือหน้าแผนกบริการในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
10 3.1.9 B09I ออกแบบให้มีม่านกั้นระหว่างเตียงผู้ป่วยเพื่อบังสายตาและความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย
11 3.1.10 B10A ออกแบบระยะระหว่างเตียงบริเวณตั้งเตียงผู้ป่วยแต่ละแผนก ควรมีระยะให้วางเครื่องมือ/อุปกรณ์การแพทย์ อุปกรณ์ช่วยชีวิตและสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ หรือสามารถนำเปลเข็นเข้าเทียบเตียงผู้ป่วยได้โดยสะดวก
12 3.1.11 B11I ออกแบบแผนกเภสัชกรรมให้มีตู้หรือชั้นเก็บยา เวชภัณฑ์ที่เป็นสัดส่วน และมีตู้แยกเก็บยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ที่มีกุญแจปิดอย่างมีประสิทธิภาพ
13 3.1.12 B12A ออกแบบแผนกเภสัชกรรมให้มีห้องจ่ายยา และจัดแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างเหมาะสม (บริเวณจ่ายยา/ให้คำแนะนำผู้ป่วย/เก็บรักษายา/ผสมยาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย)
14 3.1.13 B13A ออกแบบแผนกบริการเทคนิคการแพทย์ให้มีสถานที่เก็บสิ่งส่งตรวจที่เหมาะสมและสะดวกต่อผู้รับบริการ
15 3.1.14 B14I ออกแบบแผนกบริการเทคนิคการแพทย์ ให้สถานที่ปฏิบัติงานเหมาะสมปลอดภัย มีการแยกพื้นที่ปฏิบัติการเฉพาะ เช่น งานธนาคารเลือด งานจุลชีววิทยาคลินิก เป็นต้น
16 3.1.15 B15I ออกแบบแผนกบริการเทคนิคการแพทย์ ให้มีการเก็บรักษาวัตถุหรือสารเคมีและสารไวไฟ โดยจัดไว้เป็นหมวดหมู่มีป้ายและฉลากแสดงถูกต้องครบถ้วน
17 3.1.16 B16I ออกแบบแผนกรังสีวินิจฉัย ให้มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับผู้ป่วยเป็นสัดส่วนและมิดชิด กรณีที่มีการตรวจพิเศษทางรังสีวิทยาในระบบทางเดินอาหาร ต้องมีห้องสุขาติดกับห้องตรวจ
18 3.1.17 B17A ออกแบบแผนกไตเทียม ให้สามารถให้บริการฟอกไตแก่ผู้ป่วยได้อย่างเป็นไปตามมาตรฐานการให้บริการ และมีการจัดแบ่งพื้นที่ใช้สอย/พื้นที่พักคอยอย่างเหมาะสม แยกเป็นสัดส่วนจากบริเวณส่วนของผู้ป่วยทั่วไป (รพ.ระดับ F ไม่ต้องประเมิน)
19 3.1.18 B18A ออกแบบห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า และห้องอบไอน้ำสมุนไพร(ถ้ามี) ของแผนกบริการแพทย์แผนไทย มีขนาดตามเกณฑ์มาตรฐาน และแยกห้องให้บริการชาย-หญิงได้อย่างเหมาะสม
20 3.1.19 B19I แผนกบริการแพทย์แผนจีน (ถ้ามี) ออกแบบเตียงสำหรับนวดหรือฝังเข็ม มีขนาดความ กว้างไม่น้อยกว่า 0.70 เมตร ความยาวไม่น้อยกว่า 1.80 เมตร ความสูงไม่ต่ำกว่า 0.70 เมตร และระยะห่างระหว่างเตียงไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร เตียงต้องมีลักษณะมั่นคงแข็งแรงตามมาตรฐานการประกอบโรคศิลปะสาขาแพทย์แผนจีนกำหนด
21 3.1.20 B20A อาคารภายในโรงพยาบาลที่ใช้พื้นที่ใช้สอยในอาคารรวมกันในหลังเดียวกัน ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม. ขึ้นไป ออกแบบและก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2566 เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน BEC (Building Energy Code)
22 3.2 ด้านสถานที่ (Place)
23 3.2.1 P01A มีแผนแม่บท เพื่อพัฒนาและวางผังโรงพยาบาลด้านอาคารและสภาพแวดล้อม
24 3.2.2 P02A มีผังบริเวณ การจัดการแผนผังโรงพยาบาลและแบบแปลนอาคารของโรงพยาบาล รวมทั้งมีระบบการจัดเก็บที่เป็นปัจจุบัน
25 3.2.3 P03A ทางเข้า-ออกหลักของโรงพยาบาล ให้มีการแบ่งช่องทางสัญจรสำหรับยานพาหนะและผู้สัญจรทางเท้าอย่างชัดเจน
26 3.2.4 P04A ทางเข้า-ออกหลักของโรงพยาบาล -กรณีช่องทางเดียวรถทางเดี่ยว (one-way) ให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า 3.50 เมตร หรือ -กรณีช่องทางเดินรถสองทาง/เดินรถสวนทาง (two-way) ให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร
27 3.2.5 P05A มีป้ายนำทางบอกทิศทางและระยะทางสู่โรงพยาบาล ติดตั้งอยู่บนถนนสาธารณะสายหลัก สายรอง และทางแยกในระยะที่เหมาะสม
28 3.2.6 P06A มีป้ายชื่อโรงพยาบาล ป้ายชื่ออาคารที่เป็นหน่วยบริการสำคัญ ได้แก่ แผนกฉุกเฉิน แผนกผู้ป่วยนอก เป็นต้น ติดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางวันและมีไฟส่องสว่างในเวลากลางคืน
29 3.2.7 P07A ออกแบบบริเวณจุดตัดถนนให้มีป้ายบอกทางชัดเจนและปราศจากสิ่งบดบังสายตา
30 3.2.8 P08A ออกแบบจุดที่เป็นทางข้ามถนนและมีความต่างระดับให้เป็นทางลาดเอียง เพื่อให้สามารถนำเก้าอี้มีล้อ (Wheelchair) หรือผู้ทุพพลภาพหรือคนชราผ่านได้โดยสะดวก พร้อมจัดให้มีป้ายเตือนผู้ขับขี่ยานพาหนะว่าเป็นทางข้ามสำหรับผู้เดินเท้า
31 3.2.9 P09A ออกแบบให้มีทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารในทุกหน่วยบริการของโรงพยาบาล โดยมีความกว้างประมาณ 2.50 เมตร เพื่อสะดวกต่อการเข็นเปลนอนผู้ป่วยสวนกันได้ และไม่มีสิ่งกีดขวางที่เป็นอุปสรรคต่อการสัญจร
32 3.2.10 P10A ออกแบบทางลาดให้กรณีที่ระดับพื้นอาคารมีความต่างระดับกันมากกว่า 1.3 เซนติเมตร จะต้องทำทางลาดเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้รับบริการ
33 3.2.11 P11A ออกแบบให้แยกพื้นที่จอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ออกจากแนวทางวิ่งของรถ และแสดงเครื่องหมายทิศทางอย่างชัดเจน
34 3.2.12 P12A ออกแบบให้มีที่จอดรถสำหรับผู้พิการอยู่ใกล้ทางเข้าอาคารผู้ป่วยนอก ลักษณะเป็นไปตามกฎหมายกำหนด และมีป้ายหรือเครื่องหมายแสดงอย่างชัดเจน
35 3.2.13 P13A ออกแบบบริเวณพักผ่อนให้มีพื้นที่รองรับเพียงพอ มีความร่มรื่น สวยงาม สงบมีอากาศถ่ายเทที่ดี และเหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละวัยรวมทั้งเด็กและผู้สูงอายุ
36 3.2.14 P14A ออกแบบพื้นที่ระหว่างอาคารให้มีการจัดภูมิทัศน์ โดยเลือกใช้พรรณไม้ที่ดูแลรักษาง่าย หรือใช้วัสดุตกแต่ง พื้นผิวซึมน้ำ (Porous Pavement) และมีแผนปฏิบัติการบำรุงรักษา
37 3.3 ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities)
38 3.3.1 F01A มีป้ายจราจรภายในโรงพยาบาล ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม สามารถมองเห็นได้ชัดเจน (ประเมินเฉพาะบริเวณส่วนให้การรักษาพยาบาล)
39 3.3.2 F02A มีป้ายบอกทางไปยังอาคาร/แผนกต่างๆ มองเห็นได้ชัดเจน พร้อมระบบไฟส่องสว่างที่เหมาะสม
40 3.3.3 F03A มีห้องน้ำ-ส้วม สำหรับผู้พิการ-ผู้สูงอายุ ภายในมีราวพยุงตัวติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม
41 3.3.4 F04A มีห้องน้ำสำหรับเด็กเล็ก เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
42 3.3.5 F05E ระบบไฟฟ้ากำลัง: มีแผนผังระบบไฟฟ้ากำลังภายนอก แสดงแนวสายไฟฟ้าแรงสูง และสายไฟฟ้าแรงต่ำ, ตำแหน่งหม้อแปลง ตำแหน่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แสดงขนาด ชนิดของสายไฟ การจ่ายไฟ เป็นต้น
43 3.3.6 F06E ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง ให้มีแนวสายไฟฟ้าแรงสูง/แรงต่ำ เป็นระเบียบ ปลอดภัย ไม่กีดขวางทางจราจร
44 3.3.7 F07E ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง บริเวณที่ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าแบบตั้งพื้น และนั่งร้าน หม้อแปลงไฟฟ้ามีระบบการต่อลงดิน มีที่ว่างเพื่อปฏิบัติงาน รถซ่อมบำรุงเข้าถึงได้ มีรั้วป้องกัน มีป้ายแจ้งเตือนระวังอันตรายไฟฟ้าแรงสูง
45 3.3.8 F08E ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง ให้มีแผงเมนประธานหลักประจำอาคาร (ตู้ MDB), ตู้สวิตช์ตัดตอน (PANEL BOARD) และมีระบบการต่อลงดิน
46 3.3.9 F09E ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง ให้หม้อแปลงไฟฟ้า, แผงเมนประธานหลักประจำอาคาร (ตู้ MDB) และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน มีระบบการต่อลงดิน
47 3.3.10 F10E ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง ให้มีการต่อลงดินของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร
48 3.3.11 F11E ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง ให้มีการต่อลงดินของระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า ในพื้นที่ที่มีการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ไฟฟ้า(กลุ่ม 2) (ยกเว้นกลุ่ม 1) เช่น บริเวณห้องผ่าตัด, ห้อง ICU ฯลฯ ซึ่งการจ่ายไฟฟ้าที่ไม่ต่อเนื่องสามารถก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
49 3.3.12 F12E ออกแบบระบบไฟฟ้าแสงสว่างภายนอกอาคาร: ความส่องสว่างบริเวณผิวจราจร (21 ลักซ์) บริเวณที่จอดรถ (50 ลักซ์) และบริเวณพื้นที่ทั่วไปภายนอกอาคาร ในเวลากลางคืน และตรวจสอบวงจรไฟฟ้าแสงสว่างภายนอกอาคาร ให้มีอุปกรณ์ป้องกันการใช้กระแสเกิน และป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วสว่างภายนอกอาคาร ให้มีอุปกรณ์ป้องกันการใช้กระแสเกิน และป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว
50 3.3.13 F13E ออกแบบระบบไฟฟ้าแสงสว่างภายในอาคาร: ให้ความสว่างในเวลากลางวัน/กลางคืน กับพื้นที่ภายในอาคาร บริเวณทั่วไป ให้มีความเหมาะสมต่อพื้นที่ใช้งาน มีค่าความสว่างเพียงพอ เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานสมาคมไฟฟ้าแสงสว่างแห่ประเทศไทย
51 3.3.14 F14E ออกแบบระบบไฟสำรองฉุกเฉินจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า การติดตั้ง สถานที่และพื้นที่ปฏิบัติงานในห้องเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเหมาะสม เป็นไปตามหลักวิศวกรรม มาตรฐานวิศวกรรมไฟฟ้า และกฎหมายกำหนด กรณีแหล่งจ่ายไฟปกติล้มเหลวใช้เวลาไม่เกิน 10 วินาที ในการจ่ายไฟอัตโนมัติ เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง มีระบบการต่อลงดิน
52 3.3.15 F15E ออกแบบระบบและมีการติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้าฉุกเฉินยูพีเอส UPS (Uninterruptible Power Supply) แบบ True Online Double Conversion Design, Pure Sine Wave สำหรับอุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้รักษาผู้ป่วยวิกฤต เช่น ในห้องผ่าตัด, ห้องไอซียู และมีแบตเตอรี่สำรองจ่ายกระแสไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 10 นาที
53 3.3.16 F16E ออกแบบระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน โคมไฟแสงสว่างฉุกเฉิน และโคมไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน มีการติดตั้งรูปแบบเป็นไปตามมาตรฐาน วสท. และติดตั้งครอบคลุมตามพื้นที่บันไดทางหนีไฟ ทางสัญจร ห้องเครื่อง สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 2-2.70 เมตร
54 3.3.17 F17E ออกแบบชนิด จำนวน และสีของเต้ารับไฟฟ้าให้เป็นไปตามมาตรฐาน เพียงพอต่อการใช้งาน สามารถแยกแยะระหว่างเต้ารับไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว เลือกใช้กับอุปกรณ์บริภัณฑ์ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม และปลอดภัย
55 3.3.18 F18E ออกแบบระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่ติดตั้ง และอุปกรณ์ประกอบ ว่ามีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณโดยอัตโนมัติ และอุปกรณ์แจ้งเหตุ ครอบคลุมตามพื้นที่ เช่น โถงเส้นทางหนีไฟ โถงพักรอ ห้องพักผู้ป่วย ห้องทำงาน ห้องเครื่อง ให้รูปแบบเป็นไปตามมาตรฐาน วสท. และกฎหมายกำหนด
56 3.3.19 F19E ออกแบบระบบป้องกันการเข้าออก (Access Control) เป็นระบบแบบ MANUAL หรือแบบอัตโนมัติ เพื่อป้องก้น และควบคุมการเข้าถึงในสถานที่เฉพาะ ที่ต้องการความปลอดภัย
57 3.3.20 F20E ออกแบบติดตั้งระบบโทรศัพท์, ระบบสื่อสารด้วยความเร็วสูง, ระบบเรียกพยาบาล และระบบเสียงประกาศ ครอบคลุมทุกระบบ และติดตั้งเหมาะสมตามพื้นที่ใช้งาน
58 3.3.21 F21E ออกแบบการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันแรงดัน และกระแสเกินภายในอาคารที่แผงจ่ายไฟฟ้าหลัก (ตู้ MDB), ที่แผงเมนย่อยประจำอาคาร (ตู้ SDB) และมีการติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่า
59 3.3.22 F22M มีการแยกประเภทของลิฟต์ตามการใช้งาน เป็นสัดส่วนสำหรับอาคารตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป มีขนาดและจำนวนเพียงพอต่อการใช้งาน (โรงพยาบาลระดับ F ที่มีอาคารไม่เกิน 2 ชั้น ไม่ต้องประเมิน)
60 3.3.23 F23M ออกแบบบริเวณโถงหน้าลิฟต์บรรทุกเตียงคนไข้ ต้องมีพื้นที่สามารถ เข็นเปลนอนสวนกันได้ สะอาด มีระบบระบายอากาศและแสงสว่างที่เหมาะสม
61 3.3.24 F24M ออกแบบให้มีลิฟต์สำหรับผู้พิการและทุพพลภาพสามารถใช้งานได้ลักษณะเป็นไปตามกฎหมายกำหนด สำหรับอาคารตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไปที่ไม่มีทางลาด
62 3.3.25 F25M ออกแบบระบบลิฟต์ กรณีไฟฟ้าดับจัดให้มีระบบ ARD (Automatic Rescue Device) เพื่อให้ลิฟต์สามารถเคลื่อนไปเทียบยังชั้นที่ใกล้ที่สุดและประตูลิฟต์จะต้องเปิดออกทันที
63 3.3.26 F26M ออกแบบพื้นที่ให้บริการและพื้นที่ปฏิบัติงาน ต้องมีอากาศที่สะอาดจากภายนอกเติมเข้าสู่พื้นที่บริการ/ปฏิบัติงาน ให้ได้อัตราการถ่ายเทอากาศที่เหมาะสม ทั้งโดยวิธีธรรมชาติหรือวิธีกล
64 3.3.27 F27M ออกแบบการควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของอากาศในบริเวณห้องตรวจ พื้นที่ให้บริการและพื้นที่ปฏิบัติงาน
65 3.3.28 F28M ออกแบบระบบควบคุมการติดเชื้อที่ได้มาตรฐาน ควบคุมแรงดันของอากาศภายในห้องคัดแยกผู้ป่วย ห้องรักษาพยาบาล ห้องเตรียมการพยาบาล ควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของอากาศหรือการระบายอากาศออกนอกอาคารในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ให้กระจายออกจากห้อง ไปพื้นที่อื่นของสถานพยาบาล
66 3.3.29 F29M ออกแบบระบบควบคุมแรงดันของอากาศภายในห้องตรวจผู้ป่วยที่แสดงอาการโรคติดเชื้อทางอากาศ มีความดันเป็นลบ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคออกสู่ภายนอก